5 วิธีดูแลรักษาแอร์ ให้เย็นฉ่ำและยืดอายุการใช้งาน

Air conditioner maintenance for cool and comfortable indoor air.

แอร์บ้านเมื่อใช้งานไปนานๆ มักจะเจอปัญหาแอร์ไม่เย็น แอร์มีกลิ่นอับ หรือค่าไฟแพงขึ้นผิดปกติ ปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่มักเกิดจากการขาดการดูแลรักษาอย่างถูกวิธี บทความนี้ คุ้มไว แอร์ จะมาแนะนำ 5 วิธีดูแลรักษาแอร์ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อให้แอร์กลับมาเย็นฉ่ำ ประหยัดไฟ และยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นครับ

1. หมั่นถอดล้างแผ่นกรองอากาศ (Filter)

วิธีถอดล้างแผ่นกรองอากาศแอร์บ้านด้วยตัวเอง

แผ่นกรองอากาศเป็นด่านแรกที่ดักจับฝุ่นละออง หากปล่อยให้ฝุ่นเกาะหนาเตอะ จะทำให้ลมแอร์ออกไม่เต็มที่ แอร์ทำงานหนัก และกินไฟมากขึ้น

  • วิธีทำ: เปิดหน้ากากแอร์ ถอดแผ่นกรองออกมาล้างด้วยน้ำเปล่า (สามารถใช้แปรงขนอ่อนขัดเบาๆ) ผึ่งลมให้แห้งสนิทก่อนใส่กลับคืน
  • ความถี่: ควรทำทุกๆ 2-4 สัปดาห์ (ขึ้นอยู่กับปริมาณฝุ่นในห้อง)

2. ตั้งอุณหภูมิให้เหมาะสม (25-26 องศาเซลเซียส)

ตั้งอุณหภูมิแอร์ 25-26 องศา ประหยัดไฟและสบายร่างกาย

การตั้งอุณหภูมิแอร์ต่ำเกินไป (เช่น 20-22 องศา) จะทำให้คอมเพรสเซอร์ทำงานหนักตลอดเวลาและสิ้นเปลืองพลังงาน

  • วิธีทำ: ตั้งอุณหภูมิไว้ที่ 25-26 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ร่างกายรู้สึกเย็นสบายและช่วยประหยัดไฟได้ดีที่สุด หากต้องการให้ห้องเย็นเร็วขึ้น แนะนำให้เปิดพัดลมช่วยกระจายความเย็นแทนการลดอุณหภูมิแอร์

3. ไม่นำความชื้นและความร้อนเข้าห้อง

ความชื้นและความร้อนเป็นศัตรูตัวฉกาจของแอร์ เพราะทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อดึงความชื้นออกจากห้อง

  • วิธีทำ: หลีกเลี่ยงการตากผ้าในห้องแอร์, ไม่นำต้นไม้ที่มีดินชื้นเข้ามาปลูกในห้อง, ปิดประตูหน้าต่างให้สนิทขณะเปิดแอร์ และหลีกเลี่ยงการใช้อุปกรณ์ทำความร้อน (เช่น เตารีด, กระทะไฟฟ้า) ในห้องแอร์

4. สังเกตเสียงและความผิดปกติของแอร์

การหมั่นสังเกตอาการผิดปกติแต่เนิ่นๆ จะช่วยป้องกันไม่ให้แอร์เสียหนักจนต้องเสียค่าซ่อมแพงๆ

  • วิธีทำ: สังเกตว่าแอร์มีเสียงดังผิดปกติหรือไม่, มีน้ำหยดจากตัวเครื่องหรือไม่, หรือลมแอร์มีความเย็นลดลงหรือไม่ หากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบเรียกช่างแอร์มาตรวจสอบทันที

5. ล้างแอร์โดยช่างผู้เชี่ยวชาญทุก 6 เดือน

High-quality air conditioning maintenance and cleaning.

แม้เราจะล้างแผ่นกรองเองเป็นประจำ แต่ภายในตัวเครื่องและคอยล์ร้อนที่อยู่ด้านนอกยังคงมีฝุ่นสะสม ซึ่งต้องใช้เครื่องมือเฉพาะในการล้าง

  • วิธีทำ: เรียกใช้บริการช่างแอร์มืออาชีพเพื่อทำการ “ล้างใหญ่” (ล้างทั้งคอยล์เย็นและคอยล์ร้อน พร้อมเช็คระบบน้ำยาแอร์)
  • ความถี่: ควรล้างแอร์อย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง (ทุก 6 เดือน)

สรุป

การดูแลรักษาแอร์ไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณหมั่นทำตาม 5 วิธีนี้ รับรองว่าแอร์ของคุณจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เย็นฉ่ำ ประหยัดค่าไฟ และอยู่คู่บ้านไปอีกนาน

หากแอร์ของคุณเริ่มไม่เย็น หรือถึงเวลาที่ต้องล้างแอร์แล้ว คุ้มไว แอร์ มีบริการล้างแอร์ ซ่อมแอร์ และติดตั้งแอร์ใหม่ (เช่น แอร์ Inverter จาก Daikin, Mitsubishi, Haier, Hisense, TCL) โดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ติดต่อเราได้เลยครับ!