เติมน้ำยาแอร์ ต้องทำบ่อยแค่ไหน? ความจริงที่ช่างไม่บอกคุณ

Water heater filling process explained by Khumwai Air experts.

เวลาเรียกช่างมาล้างแอร์ที่บ้านทีไร หลายคนคงเคยเจอคำถามยอดฮิตจากช่างว่า “น้ำยาแอร์พร่องนะครับ เติมน้ำยาแอร์เพิ่มไหมครับ?” จนทำให้เกิดความสงสัยและสับสนว่า ตกลงแล้วน้ำยาแอร์มันหมดได้ด้วยเหรอ? แล้วเราต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหน? ปีละครั้ง หรือทุกครั้งที่ล้างแอร์?

บทความนี้ คุ้มไว แอร์ จะมาไขข้อข้องใจและเปิดเผยความจริงเกี่ยวกับ “น้ำยาแอร์” ที่ช่างบางคนอาจไม่เคยบอกคุณ เพื่อให้คุณรู้ทันและไม่ตกเป็นเหยื่อของการถูกหลอกให้เสียเงินฟรีๆ

น้ำยาแอร์ คืออะไร?

น้ำยาแอร์ (Refrigerant) หรือสารทำความเย็น เป็นสารเคมีที่มีคุณสมบัติในการดูดซับความร้อนและเปลี่ยนสถานะกลับไปกลับมาได้ (จากของเหลวเป็นก๊าซ และจากก๊าซเป็นของเหลว) โดยน้ำยาแอร์จะไหลเวียนอยู่ในระบบท่อปิดของเครื่องปรับอากาศ ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายเทความร้อนจากภายในห้องออกสู่ภายนอก ทำให้ห้องของเราเย็นสบาย

ความจริงข้อที่ 1: แอร์เป็นระบบปิด น้ำยาแอร์ไม่มีวันหมด

แอร์เป็นระบบปิด น้ำยาแอร์ไม่มีวันหมดเองถ้าไม่รั่ว

นี่คือความจริงข้อแรกและสำคัญที่สุดที่คุณต้องรู้ ระบบการทำงานของเครื่องปรับอากาศเป็น “ระบบปิด” (Closed System) นั่นหมายความว่า น้ำยาแอร์จะถูกอัดและไหลเวียนอยู่ภายในท่อทองแดง คอมเพรสเซอร์ และแผงคอยล์ต่างๆ โดยไม่มีทางระเหยหรือสูญหายไปไหนได้เลย หากไม่มีการรั่วซึม

ดังนั้น ถ้าระบบแอร์ของคุณได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องและไม่มีจุดรั่วซึม น้ำยาแอร์จะสามารถใช้งานได้ตลอดอายุการใช้งานของเครื่องปรับอากาศ (10-15 ปี) โดยไม่มีความจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์เพิ่มเลยแม้แต่หยดเดียว

ความจริงข้อที่ 2: น้ำยาแอร์พร่อง ไม่มีอยู่จริง

ช่างแอร์บางคนอาจจะใช้คำว่า “น้ำยาแอร์พร่อง” หรือ “น้ำยาแอร์ขาด” เพื่อโน้มน้าวให้คุณยอมเสียเงินเติมน้ำยาแอร์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว น้ำยาแอร์ไม่สามารถพร่องหายไปเองตามกาลเวลาได้เหมือนน้ำมันเครื่องรถยนต์

ถ้าช่างบอกว่าน้ำยาแอร์พร่อง นั่นแปลว่าระบบแอร์ของคุณมี “รอยรั่ว” เกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะรั่วที่จุดเชื่อมต่อท่อ รั่วที่แผงคอยล์เย็น หรือรั่วที่แผงคอยล์ร้อนก็ตาม

ความจริงข้อที่ 3: เติมน้ำยาแอร์อย่างเดียว ไม่ใช่การแก้ปัญหา

เปรียบเทียบวิธีผิดและวิธีถูกในการเติมน้ำยาแอร์

หากแอร์ของคุณมีปัญหาน้ำยาแอร์รั่ว การที่ช่างเพียงแค่ “เติมน้ำยาแอร์” กลับเข้าไปในระบบ โดยไม่ได้ทำการค้นหาและอุดรอยรั่วให้เรียบร้อยเสียก่อน ถือเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ถูกต้อง

วิธีที่ถูกต้องคือ: ช่างจะต้องทำการ “แวคคั่ม” (Vacuum) ระบบเพื่อตรวจสอบหารอยรั่วให้เจอ จากนั้นทำการเชื่อมปิดรอยรั่ว หรือเปลี่ยนอะไหล่ชิ้นส่วนที่ชำรุดเสียหายให้เรียบร้อยเสียก่อน จึงจะสามารถเติมน้ำยาแอร์เข้าไปใหม่ได้อย่างเต็มระบบ

วิธีสังเกตว่าช่างหลอกให้เติมน้ำยาแอร์หรือไม่

3 สัญญาณเตือนช่างแอร์ไม่ซื่อสัตย์

เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกหลอกให้เสียเงินเติมน้ำยาแอร์โดยไม่จำเป็น คุณสามารถสังเกตได้ง่ายๆ ดังนี้

  1. แอร์ยังเย็นปกติหรือไม่? ถ้าแอร์ของคุณยังคงทำความเย็นได้เป็นปกติ ห้องเย็นฉ่ำ ลมที่เป่าออกมามีความเย็นจัด นั่นแสดงว่าระบบน้ำยาแอร์ยังคงสมบูรณ์ดี ไม่มีความจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์เพิ่มแต่อย่างใด
  2. ช่างได้ทำการตรวจเช็กรอยรั่วหรือไม่? ถ้าช่างบอกว่าน้ำยาแอร์ขาด แต่ไม่ได้ทำการใช้เครื่องมือตรวจเช็กรอยรั่วตามจุดเชื่อมต่อต่างๆ ให้คุณเห็นอย่างชัดเจน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นการหลอกให้เติมน้ำยาแอร์
  3. ช่างเสนอให้เติมน้ำยาแอร์ทุกครั้งที่มาล้างแอร์หรือไม่? การที่ช่างเสนอให้เติมน้ำยาแอร์ทุกครั้งที่มาล้างแอร์ จึงเป็นเรื่องที่ผิดปกติและไม่สมเหตุสมผล

สรุป

จำไว้เสมอว่า ถ้าระบบไม่รั่ว น้ำยาแอร์ไม่มีวันหมด และไม่มีความจำเป็นต้องเติมน้ำยาแอร์เป็นประจำทุกปี หรือทุกครั้งที่ล้างแอร์ การล้างแอร์เป็นเพียงการทำความสะอาดแผงคอยล์และพัดลมโพรงกระรอกเพื่อให้แอร์ระบายความร้อนได้ดีขึ้นและประหยัดไฟขึ้นเท่านั้น


มองหาช่างแอร์ซื่อสัตย์ ไว้ใจได้?

หากคุณกำลังมองหาช่างแอร์มืออาชีพ ที่ซื่อสัตย์ จริงใจ ไม่หลอกฟันราคา สามารถติดต่อทีมงาน คุ้มไว แอร์ ได้เลยที่ โทร 080-629-9282 เราพร้อมให้บริการตรวจเช็ก ซ่อมแซม ล้างแอร์ และติดตั้งแอร์ ด้วยมาตรฐานสูงสุด พร้อมรับประกันผลงาน เย็นไว คุ้มค่า บริการด้วยใจ 100%

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *